
ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการจัดงานเทศกาลหนังสือสำหรับเด็กและเยาวชนครั้งที่ 5 กล่าวถึงการจัดงานเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชนครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 25-29 ก.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า การจัด แสดงหนังสือเพื่อเด็กและเยาวชนครั้งนี้ ยึดหลักสำคัญ 2 ประการ คือ
1.การพัฒนาการเรียนรู้และผลิตหนังสือดีให้เด็กและเยาวชนไทย
2.การให้สำนักพิมพ์คืนกำไรให้แก่แผ่นดินด้วยการผลิตหนังสือดี ๆ ให้เด็ก
นอกจากนี้ตนได้กำชับบรรดาสำนักพิมพ์ที่จะนำหนังสือมาจำหน่ายแต่ละบูธ ว่า ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น เพราะไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดเหมือนปีที่ผ่านมา ที่มีการจำหน่ายหนังสือที่เสื่อมเสียขัดต่อศีลธรรมอันดี ซึ่งเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดอย่างมาก โดยตนได้กำชับให้มีการตรวจสอบ และระมัดระวังหนังสือหรือการ์ตูนลามกอย่างจริงจัง เพราะต้องการให้เด็กไทยมีหนังสือที่มีสาระ ควบคู่คุณธรรม และราคาไม่แพงไว้อ่าน
ศ.นพ.เกษม กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังให้การสนับสนุนและเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ที่ได้สนับสนุนให้ เด็กไทยรักการอ่านหนังสือมากขึ้น แต่ก็ยังพบว่า ประเทศไทยยังขาดบุคลากรด้านการผลิตหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นนักประพันธ์ ผู้เขียนภาพประกอบเรื่อง นักแปลหนังสือ ช่างภาพประกอบเรื่อง รวมถึงบรรณาธิการ จึงอยากให้สถาบันการศึกษาจัดทำหลักสูตรด้านการผลิตหนังสือ เพื่อสร้างบุคลากรด้านการผลิตหนังสือให้มีมากขึ้น และเพื่อให้การพัฒนาหนังสือของบ้านเรามีความหลากหลาย มีเนื้อหาสร้างสรรค์ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ผมรู้สึกเป็นห่วง เรื่องการอ่านหนังสือของเด็กไทย เพราะจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ บอกไว้ว่า เด็กไทยอ่านหนังสือวันละไม่เกิน 8 บรรทัด ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวน่าจะทำให้รัฐบาล ผู้ปกครอง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระตือรือร้นและประเมินว่าควรจะต้องแก้ไขปัญหา เรื่องนี้อย่างไรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่ารัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรผลักดันเรื่องการส่งเสริมการอ่านเป็นวาระแห่งชาติด้วย และอยากเห็นคนไทย เด็กไทย ถือหนังสืออ่านกันตามสถานที่ต่าง ๆ เหมือนกับประชาชนในประเทศอื่นอีกด้วย” ศ.นพ.เกษม กล่าว.